มารู้จักกับการยิง 3D

ประวัติการยิงธนู แบบ 3 D นั้นไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างแน่ชัดว่าเริ่มกันมาตั้งแต่เมื่อใด แต่ถ้าจะให้ผมเดา ผมคิดว่าน่าจะเริ่มมาตั้งแต่เมื่อมีการใช้ธนูเป็นอาวุธทำสงคราม หรือล่าสัตว์ เหล่าทหาร (พลธนู)น่าจะเอาศพของฝ่ายศัตรูมาขึ้นเสาแล้วเอามายิงซ้อมเป็นเป้า เพื่อขวัญและเพื่อความฮึกเหิม หรือว่าอีกอย่างก็คงเริ่มมาตั้งแต่สมัยพระเยซู (ผมไม่อยากจะคิดต่อ) บ้างก็อาจจะเป็นนักล่าสัตว์ที่ใช้หุ่นฟางมามัดให้เป็นรูปสัตว์ เพื่อใช้ซ้อมฝีมือของตนในยามว่างก็เป็นได้

3D Archery1

แต่การยิงธนูแบบ 3 D อย่างเป็นทางการ ใน California.เริ่มเมื่อปี ค.ศ. 1979 เมือง FRESNO ที่เรียกกันว่า FRESNO SAFARI TOURNAMENT ซึ่งได้มีการจัดติดต่อกันมาทุกๆปี ในแต่ละปีก็มีผู้สมัครและผู้ร่วมแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบันถิือได้ว่าเป็นเกมส์ 3 D ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะนักยิงธนูชั้นนำจากทั่วทุกรัฐ และหลายแห่งจากทุกมุมโลกนิยมมาประลองฝีมือกันที่นี่

ในสมัยนั้นหุ่นหรือ target ที่ใช้ก็ทำมาจากโฟมขนาดใหญ่นำมาตัดแต่ขัดเกาจนเป็นรูปร่างของสัตว์ที่เป็นที่นิยมในการล่า อย่าง กวาง / หมูป่า / หมาป่า / ไก่ turkey / แพะ / แกะ / ไปจนถึงหมีขนาดใหญ่ ซึ่งเกมส์การยิงธนูแบบ 3 D นี้ มักจะจำลองสถานะการณ์แบบต่างๆของการล่าสัตว์ขึ้นมา เป็นเกมส์การยิงธนูที่มีคนนิยมมากที่สุดใน สหรัฐ คือประมาณกันไว้ถึง 3 – 5 หมื่นคนทั่วสหรัฐ เหตุเพราะความตื่นเต้นเร้าใจ และเป็นเกมส์ที่ยาก นักล่าสัตว์ส่วนมากนิยมยิงเกมส์นี้ เป็นการซ้อม
เหตุกราณ์ล่าสตว์รูปแบบต่างๆ ก่อนฤดูการล่าสัตว์จริงจะมาถึง เป็นเกมส์ที่เป็นที่นิยมเร็วมากมีอัตราการโตที่เร็วกว่าการยิงธนูประเภทอื่น
3D Archery33D Archery2

ลักษณะของเกมส์เป็นความท้าทายความสามารถของนักยิงธนูอย่างแท้จริง และในการแข่งขันในแต่ละสนามก็จะไม่เหมือนกันเลยจะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไปในแต่ละนัด

หุ่น 3 D หรือ aninal target เหล่านี้ แต่ละตัว จะถูกจัดตั้งให้มีระยะห่างจากผู้ยิงแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ใกล้บนพื้นในระยะ 2 – 3 ฟุตจากเท้าผู้ยิง ไปจนถึงระยะไกล 80 – 123 หลาขึ้นอยู่กับขนาดของหุ่นโฟม จะมีทั้งหมด 42 – 84 targets

ผู้ยิงจะต้องเดินไปตาม station ต่างๆจากที่เริ่มต้นจนครบจำนวนที่กำหนด ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของงาน เริ่มจาก 42 targets ยิงภายใน 1 วัน จนถึง 84 targets ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 วันในการยิงจนครบ

3D Archery4 3D Archery5

 

ผู้จัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหหนด ระยะ และ ตำแหน่งของตัวหุ่น กับตำแหน่งของผู้ยิง จะไม่บอกระยะห่างจากหุ่นเท่าไร จะไม่อนุญาติให้ใช้ เครื่องมือช่วยในการวัดระยะทางใดๆทั้งสิ้น หรือแม้แต่ การพูดคุยปรึกษาระหว่างนักยิงธนูด้วยกันเอง ทำให้เกมส์นี้มีความยากเพิ่มขึ้นไปอีก(ยิงพลาดเพราะกะระยะผิด) ที่สำคัญที่สุดคือ นักยิงธนูจะต้องใช้ลูกธนูเพียงลูกเดียวต่อหนึ่ง target ไม่มีการยิงซ้อมหรือยิงซ้ำนัดที่ 2 หากยิงไม่โดนในลูกแรกแต้มที่ได้ก็คือ 0

ในบาง target ก็จะเป็นการทดสอบใจของคนยิง โดยการใช้แผ่นเหล็กชนิดหนาที่ตัดเป็นรูปร่างของสัตว์ และจะเจาะช่องที่จะยิงเป็นวงกลมขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นจุดยิงเพื่อทำแต้ม การยิงเป้าชนิดนี้จะต้องยิงให้เข้าจุดที่กำหนดเท่านั้น คือถ้าพลาดยิงโดนแผ่นเหล็ก ผู้ยิงจะเสียแต้มและเสียลูกธนูไปด้วย แต่ถ้าโดนจุดก็จะได้แต้มโบนัสที่มากกว่า target ทั่วๆไป

หรือในบาง target ผู้จัดจะตั้งตำแหน่งให้ผู้ยิงต้องนั่งหรือยืนอยู่ในที่สูงมากๆ หรือตำ่มากๆ ผู้ยิงจะต้องก้มเงียยิงผิดจากลักษณะการยืนยิงทั่วๆไป ซึ่งทำให้เกมส์ประเภทนี้สนุกและไม่น่าเบื่อ ในบางสนามจะจัดกลุ่มของหุ่นไว้หลายๆตัว เช่น กลุ่มของกวางซึ่งจะมีทั้งตัวผู้และเมีย และจัดให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่จะกำหนดให้ผู้ยิงต้องยิงตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มนั้น (ส่วนมากจะเป็นตัวผู้) ถ้าผู้ยิงยิงผิดไปโดนตัวที่ไม่ได้กำหนด คะแนนก็จะถูกติดลบทันทีเป็นการลงโทษ หรือบาง target ผู้จัดจะจัดให้หุ่นถูกต้นไม้บังจะเห็นแค่บางส่วนของหุ่นเท่านั้น ผู้ยิงจะต้องยิงลอดพุ่มไม้กิ่งไม้ออกไปเหมือนกับสถานะการณ์การล่าสัตว์จริงที่ผู้ยิงไม่สามารถเลือกได้

3D Archery6 3D Archery7

ส่วนการเลือกใช้ธนูทางผู้จัดก็จะแบ่งเป็นประเภทออกไป เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบเพราะความยากง่ายของธนูแต่ละชนิด อย่าง long bow , recurve , bare bow , bow hunter , bow hunter freestyles unlimited , bow hunter freestyles limited , และจะแยกออกเป็น ผู้หญิง / ชาย / เด็ก

3D Archery11 3D Archery8

และนับคะแนนตามตำแหน่งของลูกธนูที่ปักติดกับหุ่น คะแนนจะแบ่งเป็น 5 คะแนนถ้ายิงถูกบริเวณลำตัวขาและหัว 8 คะแนนถ้าถูกบริเวณปอด และ 10 คะแนนหากยิงถูกจุดตายหัวใจ ซึ่งจุดบอกคะแนนเหล่านี้จะถูกกำหนดไว้บนตัวของหุ่นแต่จะไม่สามารถมองเห็นได้ถ้าผู้ยิงยืนอยู่ที่จุดยิง นับว่าเป็นการยากสักหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่เคยยิง 3 D หรือกับผู้ที่ไม่รู้จุดตายของสัตว์แต่ละชนิด แต่จุดเหล่านี้่จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเข้าใกล้เพื่อนับคะแนน นักยิงธนูบางคนจึงนิยมใช้กล้องส่องทางไกลดูกันก่อนเพื่อความแน่นใจ (ดูได้ในรูปตัวอย่าง) และจะมีบาง target ที่มีโบนัสหรือจะถูกหักลบ ที่ผู้นับคะแนนจะต้องกำกับลงในใบนับคะแนนด้วย

3D Archery9 3D Archery10

าเป็นสนามแข่งเล็กๆ แข่งภาพในวันเดียวส่วนมากจะยิงหุ่นทั้งหมด 42 ตัว ระดับคะแนน มี 5 / 8 และ 10 ถ้ายิง10แต้มทั้ง42 ตัว คะแนนเต็มที่จะได้คือ 420 แต่ในหุ่นทั้งหมด 42 ตัว จะมีอยู่หนึ่งตัวที่มีโบนัสเป้าเหล็กเพิ่มให้อีก 10 แต้ม คะแนนเต็มจริงๆที่ทำได้จะเป็น 430 คะแนน

แต่เรื่องจะทำคะแนนเต็มเป็นเรื่องยากมากครับ เท่าที่รู้ในแคริฟอร์เนียยังไม่มีใครทำได้ ที่แคริฟอร์เนียจะจัดหุ่นยากกว่าฝั่งEastern ระยะที่ยิงเฉลี่ยประมาณ 25-55 หลา(แต่จะเห็นระยะ70-80หลาบ่อยๆ) หุ่นขนาดเล็กกว่า ตรงกันข้ามถ้าไปยิงฝั่งEasternระยะยิงที่ไกลที่สุดที่จะเห็นก็จะไม่เกิน45หลา คะแนนเฉลี่ยที่ดีที่สุดก็จะอยู่ในที่
405-420 ถ้ายิงได้คะแนนระดับนี้ น่าจะอยู่ระดับ 1-3
360-405 เป็นคะแนนที่อยู่ในระดับที่ดีมาก
335-360 เป็นระดับที่ปานกลาง
แต่ สนามแต่ละสนามจะยากง่ายไม่เหมือนกันครับ บางที่ลมแรงมากคะแนนก็ออกมาต่ำ

Mike

พฤศจิกายน 2547

Start a Conversation

Your email address will not be published. Required fields are marked *